หน้าจอเดียว vs สองหน้าจอ แบบไหนเหมาะกับงานคุณ?

Last updated: 22 มิ.ย. 2569  |  4 จำนวนผู้เข้าชม  | 

หน้าจอเดียว vs สองหน้าจอ แบบไหนเหมาะกับงานคุณ?

หน้าจอเดียว vs สองหน้าจอ แบบไหนเหมาะกับงานคุณ?

     หน้าจอบนตัวกล้อง Total Station ไม่ได้มีไว้แค่เพื่อความสวยงาม แต่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับสไตล์การรังวัดและความละเอียด (Accuracy) ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

1. กล้องสองหน้าจอ (Dual Display) 

กล้องประเภทนี้จะมีแผงควบคุมและจอแสดงผลติดตั้งอยู่ทั้งสองฝั่งของตัวกล้อง (Face I และ Face II)

  • เหมาะสำหรับ : งานอุโมงค์ งานใต้ดิน งานวงรอบหลัก (Primary Traverse) และงานโครงสร้างขนาดใหญ่ที่เน้นความละเอียดสูง
  • จุดเด่นหน้างาน : งานประเภทนี้บังคับให้ต้องรังวัดแบบ "สองหน้ากล้อง" เพื่อหาค่าเฉลี่ยหักล้างความคลาดเคลื่อนของแกนกล้อง การมีสองหน้าจอช่วยให้ช่างสำรวจอ่านค่าและกดบันทึกข้อมูลได้ทันทีเมื่อพลิกกล้อง โดยไม่ต้องเดินวนรอบขาตั้งเพื่อไปดูจออีกฝั่ง ช่วยเซฟเวลาและลดความเหนื่อยล้าได้มหาศาล


2. กล้องหน้าจอเดียว (Single Display) 

กล้องประเภทนี้จะมีจอแสดงผลเฉพาะฝั่งหน้าซ้าย (Face I) เท่านั้น ส่วนอีกฝั่งจะเป็นโครงสร้างปิดทึบ

  • เหมาะสำหรับ : งานวางผังหน้างาน (Layout / Stake-out), งานเช็กระยะคอนกรีต, งานส่องเก็บรายละเอียดภูมิประเทศ (Topography) และไซต์ก่อสร้างทั่วไป
  • จุดเด่นหน้างาน : ในงานเลย์เอาต์ ช่างสำรวจจะส่องกล้องในหน้าเดียวเป็นหลักแล้ววิทยุสั่งการคนถือเป้า การมีหน้าจอฝั่งเดียวจึงไม่ใช่ข้อจำกัด นอกจากนี้กล้องจอเดียวยังมี น้ำหนักเบากว่า กินไฟน้อยกว่า (ประหยัดแบตเตอรี่) และมี ราคาประหยัดกว่า รุ่นสองหน้าจอพอสมควร


     หากเน้นงาน วางผัง เลย์เอาต์หน้างาน หรือเก็บเทรนดิน กล้องหน้าจอเดียวก็เพียงพอและช่วยประหยัดงบได้ดีครับ แต่ถ้าหน้างานของคุณคือ งานวางหมุดหลักโครงการ หรืองานอุโมงค์ใต้ดิน ที่ต้องพลิกหน้ากล้องส่องรังวัดตลอดเวลา การเลือกแบบสองหน้าจอจะช่วยให้ทำงานได้เร็วและสะดวกกว่า

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้