Last updated: 13 มิ.ย. 2569 | 3 จำนวนผู้เข้าชม |
การตั้งกล้องประมวลผลรวม (Total Station) ให้พร้อมเก็บค่าพิกัด สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการกำหนด Backsight หรือจุดเล็งหลัง เพราะค่านี้จะเป็นตัวบอกกล้องว่าทิศอ้างอิง (Reference Direction) อยู่ที่ใด หากตั้งผิดเพียงไม่กี่ฟิลิปดา ค่าพิกัดของจุดที่เก็บต่อจากนั้นทั้งหมดจะคลาดเคลื่อนสะสมเป็นทอด ๆ บทความนี้อธิบายความต่างระหว่างการตั้ง Backsight แบบ Coordinate และ Azimuth พร้อมขั้นตอนปฏิบัติที่ทำตามได้จริง
การตั้ง Backsight มีสองแนวทางหลัก แบบแรกคือ Backsight by Coordinate ใช้เมื่อรู้พิกัด (Easting, Northing) ของทั้งจุดตั้งกล้องและจุดเล็งหลัง กล้องจะคำนวณมุมราบอ้างอิง (Azimuth) ระหว่างสองจุดให้อัตโนมัติจากสูตร Azimuth = arctan((E2 − E1) / (N2 − N1)) แล้วปรับค่าตามจตุภาค (Quadrant) ของผลต่างพิกัด แบบที่สองคือ Backsight by Azimuth (หรือ Bearing) ใช้เมื่อรู้ค่ามุมอ้างอิงโดยตรง เช่น ได้รับค่า Azimuth ของเส้นฐานจากหมุดควบคุมเดิม วิธีนี้ป้อนค่ามุมเข้าไปตรง ๆ โดยไม่ต้องมีพิกัดจุดเล็งหลัง
ข้อควรระวัง: ระบบทิศเหนือที่ใช้อ้างอิง (Grid North, True North หรือ Magnetic North) ต้องสอดคล้องกับชุดข้อมูลควบคุม หากปะปนกันจะทำให้แนวงานบิดทั้งโครงการ
2. เตรียมจุดตั้งกล้องและจุดเล็งหลัง
ก่อนป้อนค่า ต้องตั้งกล้องเข้าศูนย์เหนือหมุด (Centering) ด้วยลูกดิ่งเลเซอร์หรือลูกดิ่งแสง และปรับระดับฟองกลม-ฟองยาว (Leveling) ให้ละเอียด จากนั้นวางเป้าปริซึม (Prism) ไว้ที่จุดเล็งหลังบนขาตั้งสามขา (Tripod) พร้อม Tribrach เพื่อให้เข้าศูนย์แม่นยำ ไม่ควรใช้คนถือพริมเซตค่า Backsight เพราะการสั่นไหวทำให้มุมอ้างอิงผิดเพี้ยน
Tolerance/Spec: งานควบคุมทั่วไปควรเข้าศูนย์ให้ได้ภายใน 1–2 มิลลิเมตร ส่วนงานความแม่นยำสูงแนะนำ Forced Centering เพื่อกำจัด Centering Error ที่ระยะ Backsight สั้น ๆ ซึ่งความผิดพลาดเชิงเส้นจะแปลงเป็นมุมขนาดใหญ่ตามความสัมพันธ์ผกผันกับระยะทาง
3. ขั้นตอนตั้ง Backsight แบบ Coordinate
เริ่มจากเข้าเมนู Setup เลือก Known Backsight หรือ Station Setup ป้อนพิกัดจุดตั้งกล้อง (Occupy Point) ทั้งค่า E, N และความสูงหมุด จากนั้นป้อนความสูงกล้อง (Instrument Height) ที่วัดจากหมุดถึงแกนกล้อง ขั้นต่อไปป้อนพิกัดจุดเล็งหลัง (Backsight Point) กล้องจะแสดงค่า Azimuth ที่คำนวณได้ ให้เล็งกล้องไปยังกึ่งกลางเป้าปริซึมให้คมชัด แล้วกดยืนยัน (Set) เพื่อล็อกค่ามุมราบ ระบบจะตั้งทิศอ้างอิงให้ทันที
ข้อควรระวัง: หลังตั้งเสร็จควรทำ Check Shot ยิงกลับไปที่จุดเล็งหลังเพื่อเทียบระยะที่วัดได้กับระยะที่คำนวณจากพิกัด หากค่าต่างกันเกินเกณฑ์ แสดงว่าป้อนพิกัดผิดหรือเข้าศูนย์ไม่ดี
4. ขั้นตอนตั้ง Backsight แบบ Azimuth
กรณีรู้ค่ามุมอ้างอิง ให้เข้าเมนู Station Setup เลือกโหมด Azimuth/Angle ป้อนพิกัดและความสูงของจุดตั้งกล้องเช่นเดิม จากนั้นป้อนค่า Azimuth ของแนวไปยังจุดเล็งหลังในรูปองศา-ลิปดา-ฟิลิปดา เล็งกล้องไปยังเป้าหมายให้คมชัดแล้วกด Set กล้องจะกำหนดให้ทิศที่เล็งอยู่มีค่ามุมเท่ากับที่ป้อน วิธีนี้เหมาะกับงานที่สืบทอด Azimuth มาจาก Traverse เดิมหรือจากการรังวัดดวงอาทิตย์
Tolerance/Spec: ตามแนวทาง ISO 17123-3 ว่าด้วยการทดสอบกล้องวัดมุม การประเมินความสามารถวัดมุมควรทำแบบสองหน้ากล้อง (Two-Face) เพื่อเฉลี่ยกำจัดค่าคลาดเคลื่อนเชิงระบบ ค่าเบี่ยงเบนที่ยอมรับได้ขึ้นกับชั้นความละเอียดของกล้อง โดยกล้องระดับงานทั่วไปของผู้ผลิตหลักมีความละเอียดเชิงมุม 1″–5″
5. ตรวจสอบและบันทึกผลก่อนเริ่มเก็บงาน
หลังตั้ง Backsight เสร็จไม่ว่าด้วยวิธีใด ควรทำขั้นตอนตรวจทาน (Verification) เสมอ ขั้นแรกยิง Check Shot ไปยังจุดเล็งหลังแล้วอ่านค่ามุมราบ ควรได้ใกล้ศูนย์หรือใกล้ค่าที่ตั้งไว้ ขั้นที่สองตรวจระยะราบที่วัดได้กับระยะคำนวณ ผลต่าง (ΔD) ควรอยู่ในเกณฑ์ของงาน ขั้นที่สามหากมีหมุดควบคุมตัวที่สาม ให้ยิงตรวจสอบซ้ำ (Independent Check) เพื่อยืนยันว่าระบบพิกัดถูกต้องทั้งทิศและมาตราส่วน
ข้อควรระวัง: อย่าลืมตั้งค่าคงที่ปริซึม (Prism Constant) และค่าแก้บรรยากาศ (ppm) ให้ตรงกับอุปกรณ์และสภาพอากาศจริง เพราะมีผลต่อระยะที่ใช้ตรวจสอบ Backsight โดยตรง
11 มิ.ย. 2569
11 มิ.ย. 2569