แบตเตอรี่กล้องสำรวจ ใช้งานได้นานเท่าไหร่

อัพเดทล่าสุด: 29 ม.ค. 2026
30 ผู้เข้าชม
แบตเตอรี่กล้องสำรวจ ใช้งานได้นานเท่าไหร่
แบตเตอรี่กล้องสำรวจใช้งานได้นานแค่ไหน? เจาะลึกปัจจัยและเทคนิคการถนอมให้จบวัน 
ในการออกหน้างานแต่ละครั้ง คำถามที่วิศวกรและช่างสำรวจมักจะกังวลคือ "แบตเตอรี่จะพอไหม?" ความจริงแล้ว ระยะเวลาการใช้งานของแบตเตอรี่กล้องสำรวจ (ไม่ว่าจะเป็น Total Station, GNSS หรือ Digital Level) ไม่มีตัวเลขที่ตายตัว แต่มีค่าเฉลี่ยและปัจจัยที่ควบคุมได้ อายุการใช้งานของแบตเตอรี่กล้องสำรวจ (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแบบ Lithium-ion) โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 2 - 4 ปี  อย่างไรก็ตาม "อายุ" ของมันไม่ได้นับแค่ตามปฏิทินอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ "รอบการชาร์จ" (Charge Cycles) และ "การดูแลรักษา" เป็นหลัก โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้

1. นับตามรอบการชาร์จ (Cycle Life)
โดยทั่วไป แบตเตอรี่คุณภาพสูงที่ใช้ในกล้องสำรวจ (เช่น Leica, Topcon, Trimble) จะมีรอบการชาร์จอยู่ที่ประมาณ 300 - 500 รอบ * ถ้าคุณออกหน้างานและชาร์จแบตฯ ทุกวัน แบตเตอรี่จะเริ่มเสื่อมสภาพอย่างเห็นได้ชัดหลังจาก 1 ปีครึ่ง ถึง 2 ปี "เสื่อม" ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าใช้ไม่ได้เลย แต่ความจุจะลดลง เช่น จากเดิมเคยใช้ได้ 8 ชั่วโมง อาจจะเหลือเพียง 4-5 ชั่วโมง

2. ปัจจัยที่ทำให้แบตเตอรี่ "ไปก่อนวัยอันควร"
บางคนใช้ได้ไม่ถึงปีแบตก็บวมหรือเก็บไฟไม่อยู่ มักเกิดจากปัจจัยเหล่านี้
- ความร้อนสะสม: นี่คือศัตรูอันดับหนึ่ง การวางแบตเตอรี่ทิ้งไว้ในรถที่จอดตากแดด หรือชาร์จในที่ร้อนจัด จะทำให้สารเคมีภายในเสื่อมสภาพเร็วขึ้นมาก
- การปล่อยให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยง (Deep Discharge): แบตลิเธียมไม่ชอบการถูกใช้จนเหลือ 0% บ่อยๆ หากปล่อยให้แบตหมดแล้วทิ้งไว้นานๆ โดยไม่ชาร์จ แบตอาจจะ "หลับ" (Voltage ต่ำเกินไปจนชาร์จไม่เข้า)
- เครื่องชาร์จไม่ได้มาตรฐาน: การใช้เครื่องชาร์จเทียบหรือเครื่องชาร์จที่ไม่มีระบบตัดไฟอัตโนมัติ อาจทำให้เกิด Overcharge ได้

3. สัญญาณเตือนว่า "ควรเปลี่ยนได้แล้ว"
ชาร์จเต็มเร็วผิดปกติ: แบตที่เสื่อมแล้วจะมีความต้านทานสูง ทำให้แรงดันพุ่งสูงเร็วตอนชาร์จ แต่เวลาใช้จริงไฟจะลดฮวบ
แบตเตอรี่เริ่มบวม: ถ้าเริ่มรู้สึกว่าใส่แบตเข้าช่องกล้องยากขึ้น หรือฝาปิดยาก แสดงว่าแบตบวม อันนี้อันตราย ควรเลิกใช้ทันที เพราะอาจเกิดไฟไหม้หรือดันจนโครงสร้างกล้องเสียหายได้
กล้องดับเองขณะใช้งาน: แม้หน้าจอจะโชว์ว่าแบตเหลือ 2 ขีด แต่พอเล็งเป้าหรือยิงเลเซอร์ (EDM) ซึ่งต้องใช้กระแสไฟสูงแล้วกล้องดับทันที


ระยะเวลาใช้งานโดยเฉลี่ย ต่อวัน  (Standard Operating Time)

โดยปกติแล้ว แบตเตอรี่มาตรฐานของกล้องสำรวจในปัจจุบันถูกออกแบบมาให้รองรับการทำงาน "1 วันทำการ" (ประมาณ 6-10 ชั่วโมง) แต่จะแตกต่างกันไปตามประเภทกล้อง:
- Total Station (Manual): ประมาณ 8 - 15 ชั่วโมง (เพราะใช้พลังงานน้อยในการหมุนตัวกล้องเอง)
- Robotic Total Station: ประมาณ 4 - 6 ชั่วโมงต่อก้อน (เนื่องจากมีมอเตอร์ที่ต้องหมุนตามเป้าตลอดเวลา)
- GNSS/RTK Rover: ประมาณ 6 - 10 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับการรับสัญญาณดาวเทียมและการเชื่อมต่อ Internet/Radio)

5 ปัจจัยหลักที่ทำให้แบตเตอรี่ "หมดไว" กว่าปกติ
1. ความสว่างของหน้าจอ (Display Brightness): การเปิดไฟหน้าจอทิ้งไว้ที่ระดับสูงสุดคือตัวกินไฟอันดับหนึ่ง
2. การใช้งาน EDM (Electronic Distance Measurement): หากมีการยิงระยะแบบต่อเนื่อง (Tracking Mode) กล้องจะส่งสัญญาณเลเซอร์ตลอดเวลา ทำให้ใช้ไฟมากกว่าการยิงแบบครั้งเดียว (Single Shot)
3. อุณหภูมิหน้างาน: ในวันที่แดดจัดหรืออากาศร้อนจัด แบตเตอรี่มักจะคายประจุเร็วกว่าปกติ หรือหากหนาวจัดในบางพื้นที่ แบตเตอรี่ลิเธียมก็อาจจะจ่ายไฟได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
4. การเชื่อมต่อไร้สาย: การเปิด Bluetooth หรือ Wi-Fi ทิ้งไว้เพื่อเชื่อมต่อกับ Data Collector ตลอดเวลาจะดึงไฟเพิ่มขึ้น 10-15%
5. ความเสื่อมสภาพของเซลล์แบตเตอรี่: แบตเตอรี่ลิเธียมมีอายุขัย (Cycle) หากใช้งานเกิน 2-3 ปี ความจุจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด

เทคนิคการถนอมแบตเตอรี่ให้อึดและใช้งานได้ยาวนาน
- Note: "อย่าปล่อยให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยง (0%) บ่อยๆ เพราะจะทำให้เซลล์แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็วขึ้น ควรเริ่มชาร์จเมื่อเหลือประมาณ 15-20%"
- เปิดโหมดประหยัดพลังงาน (Auto-Sleep): ตั้งค่าให้กล้องปิดหน้าจออัตโนมัติหากไม่มีการใช้งานเกิน 5 นาที
- พกแบตเตอรี่สำรองเสมอ: กฎเหล็กของช่างสำรวจคือต้องมีแบตเตอรี่อย่างน้อย 2 ก้อนต่อกล้อง 1 ตัว
- หลีกเลี่ยงการชาร์จในที่ร้อน: การชาร์จแบตเตอรี่ในรถที่จอดตากแดดจะทำให้แบตเตอรี่บวมและเสื่อมสภาพไว
- อัปเดต Firmware: บางครั้งผู้ผลิตจะออกซอฟต์แวร์ใหม่เพื่อจัดการพลังงานให้ดีขึ้น

สรุปสั้นๆ: ถ้าดูแลดีๆ 3 ปี คือค่าเฉลี่ยที่สมเหตุสมผลครับ แต่ถ้าใช้งานหนักทุกวัน 2 ปี ก็เริ่มต้องมองหาแบตสำรองก้อนใหม่มาสแตนบายไว้แล้ว

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
เทคนิคการหาแนวด้วยกล้องระดับ หัวใจของการสร้างถนน
งานถนนต่างจากงานอาคารตรงที่มีความยาวต่อเนื่องและต้องคำนึงถึง "ความลาดเอียง" (Slope) ตลอดสาย เทคนิคการใช้กล้องระดับที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้ประหยัดเวลา
4 ก.พ. 2026
การตั้งค่ากล้อง Total Station สำหรับงานอาคารสูง
ในงานก่อสร้างอาคารสูง "ความดิ่ง" (Verticality) คือหัวใจสำคัญ การตั้งค่ากล้อง Total Station ไม่ใช่แค่การวางบนขาตั้งแล้วส่องเป้า
3 ก.พ. 2026
ข้อควรระวังในการตั้งขาตั้งกล้อง บนพื้นดินอ่อน และ พื้นปูน
การตั้งขาตั้งกล้อง (Tripod) คือฐานรากของงานวัดระดับ การทำงานบนพื้นผิวที่แตกต่างกันอย่าง "พื้นดินอ่อน" และ "พื้นปูน" ซึ่งมีเทคนิคการรับมือที่ต่างกัน
3 ก.พ. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy