วิธีการใช้งานกล้องระดับกับไม้สต๊าฟในการทำการวัดระดับ
อัพเดทล่าสุด: 7 ก.พ. 2024
3988 ผู้เข้าชม

1. วางไม้สต๊าฟหน้าจุด E ที่เป็นจุดอ้างอิงสำหรับการวัดระดับของคุณ จากนั้นให้ผู้ช่วยหรือเพื่อนร่วมงานถือไม้สต๊าฟไว้ที่จุดนั้นโดยมีการเอียงไม้สต๊าฟไปทางข้างหน้า-ข้างหลัง เพื่อให้บันทึกค่าที่น้อยที่สุดที่อ่านได้ ซึ่งจะช่วยให้การวัดมีความแม่นยำสูงสุด
2. หาความต่างระหว่างความสูงของกล้องระดับกับจุดอ้างอิงโดยการส่องผ่านกล้องระดับและตั้งไม้สต๊าฟไว้ที่จุด E จากนั้นบันทึกค่าตัวเลขที่ได้จากการส่องของเส้นสายใยกลางและในแนวราบ กระบวนการนี้เรียกว่า backsight โดยมีช่องของไม้สต๊าฟหน้า E แต่ละช่องมีขีดแบ่งทุกๆ 1 มม.
3. คำนวณความสูงที่แท้จริงของระดับโดยใช้ความสูงมาตรฐานและเพิ่มค่าที่ได้จากการวัด backsight กับค่าความสูงปัจจุบันของกล้องระดับ
4. หาความแตกต่างของความสูงระหว่างระดับกับจุดที่ยังไม่ได้ทำการวัดโดยย้ายไม้สต๊าฟหน้า E ไปยังจุดที่ต้องการวัด จากนั้นใช้กล้องระดับส่องไปยังไม้สต๊าฟและบันทึกค่าตัวเลขที่ได้จากการส่องของเส้นสายใยกลางและในแนวราบ กระบวนการนี้เรียกว่า foresight
หมายเหตุ: ในกรณีที่จำเป็นต้องปรับปรุงการโฟกัสเพื่อให้มองเห็นไม้สต๊าฟได้ชัดเจน หรือในกรณีที่จุดนั้นสูงหรืออยู่ไกลเกินไปจนทำให้ไม่สามารถวัดได้ ให้ปรับโฟกัสและ/หรือย้ายไม้สต๊าฟไปยังจุดที่ต่ำกว่าและใกล้กว่า จากนั้นทำการวัดใหม่ตามขั้นตอนข้างต้น
5. คำนวณความสูงที่แท้จริงของจุดโดยใช้ความสูงของระดับซึ่งการคำนวณจะต้องลบค่าความสูงที่ได้จากการวัด foresight ออกจากความสูงของระดับ เพื่อให้ได้ค่าความสูงที่แท้จริงของจุดที่ทำการวัด
ขั้นตอนเหล่านี้จะช่วยให้การวัดระดับเป็นไปอย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ อย่าลืมทำการบันทึกค่าความสูงนี้และสร้างแผนภาพหรือคำอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับจุดที่วัดอย่างละเอียด เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานในอนาคต
ยินดีให้คำปรึกษาแนะนำ กล้องระดับ กล้องวัดมุม กล้องประมวลผลรวม และบริการหลังการขาย : บริษัท พี นัมเบอร์วัน อินสตรูเม้นท์ จำกัด
2. หาความต่างระหว่างความสูงของกล้องระดับกับจุดอ้างอิงโดยการส่องผ่านกล้องระดับและตั้งไม้สต๊าฟไว้ที่จุด E จากนั้นบันทึกค่าตัวเลขที่ได้จากการส่องของเส้นสายใยกลางและในแนวราบ กระบวนการนี้เรียกว่า backsight โดยมีช่องของไม้สต๊าฟหน้า E แต่ละช่องมีขีดแบ่งทุกๆ 1 มม.
3. คำนวณความสูงที่แท้จริงของระดับโดยใช้ความสูงมาตรฐานและเพิ่มค่าที่ได้จากการวัด backsight กับค่าความสูงปัจจุบันของกล้องระดับ
4. หาความแตกต่างของความสูงระหว่างระดับกับจุดที่ยังไม่ได้ทำการวัดโดยย้ายไม้สต๊าฟหน้า E ไปยังจุดที่ต้องการวัด จากนั้นใช้กล้องระดับส่องไปยังไม้สต๊าฟและบันทึกค่าตัวเลขที่ได้จากการส่องของเส้นสายใยกลางและในแนวราบ กระบวนการนี้เรียกว่า foresight
หมายเหตุ: ในกรณีที่จำเป็นต้องปรับปรุงการโฟกัสเพื่อให้มองเห็นไม้สต๊าฟได้ชัดเจน หรือในกรณีที่จุดนั้นสูงหรืออยู่ไกลเกินไปจนทำให้ไม่สามารถวัดได้ ให้ปรับโฟกัสและ/หรือย้ายไม้สต๊าฟไปยังจุดที่ต่ำกว่าและใกล้กว่า จากนั้นทำการวัดใหม่ตามขั้นตอนข้างต้น
5. คำนวณความสูงที่แท้จริงของจุดโดยใช้ความสูงของระดับซึ่งการคำนวณจะต้องลบค่าความสูงที่ได้จากการวัด foresight ออกจากความสูงของระดับ เพื่อให้ได้ค่าความสูงที่แท้จริงของจุดที่ทำการวัด
ขั้นตอนเหล่านี้จะช่วยให้การวัดระดับเป็นไปอย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ อย่าลืมทำการบันทึกค่าความสูงนี้และสร้างแผนภาพหรือคำอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับจุดที่วัดอย่างละเอียด เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานในอนาคต
ยินดีให้คำปรึกษาแนะนำ กล้องระดับ กล้องวัดมุม กล้องประมวลผลรวม และบริการหลังการขาย : บริษัท พี นัมเบอร์วัน อินสตรูเม้นท์ จำกัด
บทความที่เกี่ยวข้อง
การใช้ ลูกดิ่ง (Plumb Bob) ประกอบกับการตั้งกล้องระดับ เป็นเทคนิคสำคัญในงานสำรวจ เมื่อต้องตั้งกล้องให้ตรงกับ "จุดหมุด" (Station หรือ Benchmark)
24 ก.พ. 2026
งานติดตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูง (High Voltage Transmission Towers) ต้องการความแม่นยำสูงในการกำหนดตำแหน่ง ติดตั้งเสา และควบคุมระยะทางระหว่างเสาไฟฟ้า เพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างจะมั่นคงและปลอดภัย กล้องสำรวจเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยในกระบวนการเหล่านี้ ตั้งแต่การสำรวจพื้นที่จนถึงการติดตั้งเสาไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ
8 ม.ค. 2025
การทำระดับเป็นกระบวนการในการหาความสูงของจุดหรือความแตกต่างของความสูงของจุดที่ต้องการ ซึ่งการตั้งกล้องระดับให้ได้ระดับ
ที่ถูกต้องและเหมาะสมขึ้นอยู่กับชนิดของกล้องระดับที่มีรายละเอียดของอุปกรณ์ที่แตกต่างกัน ดังนั้นมาเรียนรู้วิธีการดูแลเครื่องมือในการ
ทำระดับ มีดังนี้
11 ก.ค. 2023


