หลักการวัด Bearing และ Azimuth ด้วยกล้องวัดมุม Theodolite

อัพเดทล่าสุด: 9 มิ.ย. 2026
6 ผู้เข้าชม

การกำหนดทิศทางของเส้นแนว (line direction) เป็นหัวใจของงานสำรวจรังวัดทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการวางผังอาคาร การทำวงรอบ (traverse) หรือการตรวจสอบแนวเขตที่ดิน ค่าที่ใช้บอกทิศทางมีอยู่สองระบบหลักคือ Bearing (มุมแบริ่ง) และ Azimuth (มุมแอซิมัท) ซึ่งช่างสำรวจจำเป็นต้องเข้าใจหลักการ ความแตกต่าง และวิธีแปลงค่าระหว่างกันให้ชัดเจน เพราะการอ่านค่าผิดเพียงระบบเดียวอาจทำให้พิกัดของงานคลาดเคลื่อนทั้งโครงการ บทความนี้อธิบายทฤษฎีและการประยุกต์ใช้กับกล้องวัดมุม (Theodolite)

 

  1. นิยามของ Azimuth และ Bearing
  2. Azimuth คือมุมราบ (horizontal angle) ที่วัดจากทิศเหนืออ้างอิงตามเข็มนาฬิกา มีค่าตั้งแต่ 0 องศา ถึง 360 องศา ทำให้แต่ละทิศทางมีค่าเพียงค่าเดียว ไม่ต้องระบุจตุภาค (quadrant) ส่วน Bearing คือมุมแหลมที่วัดจากแกนทิศเหนือหรือใต้ไปยังทิศตะวันออกหรือตะวันตก มีค่าระหว่าง 0 ถึง 90 องศา และต้องกำกับด้วยอักษรจตุภาคเสมอ เช่น N 45 E หรือ S 30 W ทิศเหนืออ้างอิงยังแบ่งเป็นเหนือจริง (true north) เหนือกริด (grid north) และเหนือแม่เหล็ก (magnetic north) ซึ่งต้องระบุให้ชัดในสมุดสนาม

2. การแปลงค่าระหว่าง Bearing และ Azimuth

ความสัมพันธ์ระหว่างสองระบบนี้แปลงกลับไปมาได้ด้วยกฎตามจตุภาค โดยกำหนดให้ทิศเหนือเป็น 0 องศา ในจตุภาคที่ 1 (NE) ค่า Azimuth เท่ากับ Bearing โดยตรง ในจตุภาคที่ 2 (SE) Azimuth = 180 ลบ Bearing ในจตุภาคที่ 3 (SW) Azimuth = 180 บวก Bearing และในจตุภาคที่ 4 (NW) Azimuth = 360 ลบ Bearing เขียนเป็นสมการทั่วไปของการกลับทิศ (back azimuth) ได้ว่า

 

Back Azimuth = Forward Azimuth +/- 180 องศา

 

โดยใช้เครื่องหมายบวกเมื่อ Azimuth ไปข้างหน้าน้อยกว่า 180 องศา และใช้เครื่องหมายลบเมื่อมากกว่า 180 องศา การเข้าใจกฎนี้ช่วยให้ตรวจสอบทิศกลับของหมุดควบคุมได้รวดเร็วในสนาม

 

3. หลักการวัดทิศทางด้วยกล้องวัดมุม Theodolite

ในทางปฏิบัติ ค่า Azimuth ของเส้นแนวคำนวณได้จาก Azimuth ของเส้นอ้างอิงบวกกับมุมราบที่กล้องวัดมุมรังวัดได้ระหว่างสองทิศทาง การวัดควรทำทั้งหน้าซ้าย (Face Left) และหน้าขวา (Face Right) แล้วเฉลี่ยค่า เพื่อขจัดความคลาดเคลื่อนเชิงระบบ เช่น Horizontal Collimation Error และ Trunnion Axis Tilt ตามหลักการที่ระบุไว้ในมาตรฐาน ISO 17123-3 ซึ่งเป็นวิธีทดสอบความแม่นยำเชิงมุมของกล้องวัดมุมภาคสนาม กล้องวัดมุมดิจิทัลทั่วไปมีความละเอียดในการอ่านมุม (angular resolution) อยู่ในช่วง 1 ถึง 7 ฟิลิปดา (arc-second) ตามรุ่นและระดับงาน โดยงานวงรอบควบคุมมักเลือกกล้องระดับ 2 ถึง 5 ฟิลิปดา ข้อควรระวังคือต้องตั้งศูนย์กล้องเหนือหมุดด้วย Optical Plummet ให้แม่นยำ เพราะความเยื้องศูนย์ส่งผลต่อมุมที่วัดได้โดยตรงโดยเฉพาะเมื่อระยะเล็งสั้น

 

4. ความคลาดเคลื่อนของทิศทางและเกณฑ์ยอมรับ

เมื่อถ่ายค่า Azimuth ต่อเนื่องหลายช่วงในวงรอบ ความคลาดเคลื่อนเชิงมุมจะสะสมขึ้น (angular misclosure) เกณฑ์ยอมรับโดยทั่วไปใช้สูตรประเมินค่าความคลาดเคลื่อนสะสมในรูป

 

E = K x squareroot(n)

 

โดย E คือค่าความคลาดเคลื่อนเชิงมุมที่ยอมรับได้ K คือค่าคงที่ตามชั้นงาน และ n คือจำนวนสถานีที่ตั้งกล้อง หากค่าที่วัดได้เกินเกณฑ์ ต้องรังวัดซ้ำก่อนปรับแก้ ข้อควรระวังคือควรกระจายความคลาดเคลื่อนอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่บังคับให้ปิดวงรอบโดยพลการ แนวทางการประเมินชั้นความถูกต้องนี้สอดคล้องกับข้อกำหนดของ FGCS ที่ใช้จัดชั้นงานควบคุมเชิงมุม การจดบันทึกทั้งค่าหน้าซ้ายและหน้าขวาในสมุดสนามช่วยให้ตรวจสอบย้อนกลับได้เมื่อพบค่าผิดปกติ

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
อุปกรณ์พิเศษที่ใช้กับกล้องวัดมุม  (The odolite) ที่ควรรู้
กล้องวัดมุม (Theodolite) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในงานทางด้านวิศวกรรมและสำรวจเพื่อวัดมุมและทิศทางของวัตถุหรือสิ่งของต่าง ๆ บางครั้งอาจจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์พิเศษเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานดังนี้
1 ก.ย. 2023
การตรวจสอบมุมด้วยกล้องวัดมุมแบบดิจิทัล (Digital Theodolite)
การตรวจสอบมุมด้วยกล้องวัดมุมแบบดิจิทัล (Digital Theodolite) เป็นขั้นตอนสำคัญในการ ควบคุมมุมระหว่างจุด, ตรวจสอบการวางแนวของโครงสร้าง
23 เม.ย. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy