Two-Peg Test กล้องระดับ: ขั้นตอนมาตรฐาน ทีละขั้นที่ช่างมืออาชีพต้องทำได้

อัพเดทล่าสุด: 16 พ.ค. 2026
17 ผู้เข้าชม
Leveling Errors งานสะพาน Reciprocal Leveling ถ่ายระดับข้ามแม่น้ำ

การถ่ายระดับด้วยกล้อง Auto Level ที่แม่นยำเป็นหัวใจของงาน Differential Leveling งานก่อสร้าง และงานติดตามการทรุดตัวของโครงสร้าง (Settlement Monitoring) แม้กล้องจะดูใหม่หรือเพิ่งซื้อมา ก็สามารถเกิดความคลาดเคลื่อนแนวเล็ง (Line of Sight Error หรือ Collimation Error) ได้จากการขนย้าย กระแทก หรือใช้งานต่อเนื่อง การทดสอบ Two-Peg Test จึงเป็นขั้นตอนพื้นฐานที่มาตรฐาน ISO 17123-2 กำหนดให้ใช้ตรวจสอบความถูกต้องของกล้องระดับก่อนเริ่มงานที่ต้องการความแม่นยำ และเป็นข้อบังคับในงานที่ต้องผ่านเกณฑ์ของ USACE EM 1110-1-1004 (Deformation Monitoring and Control Surveying) บทความนี้จะลำดับขั้นตอน Two-Peg Test ทีละขั้น ในรูปแบบที่ช่างสำรวจมืออาชีพสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในสนาม

 

  1. เตรียมพื้นที่และอุปกรณ์ก่อนเริ่มทดสอบ

ทฤษฎี: หลักการของ Two-Peg Test คือเลือกระยะให้ Backsight (BS) และ Foresight (FS) เท่ากัน เพื่อให้ความคลาดเคลื่อนแนวเล็งของกล้องหักล้างกัน ในตำแหน่งแรกที่ตั้งกล้องอยู่กึ่งกลางระหว่างหมุดสองอัน (A และ B) จากนั้นย้ายกล้องไปอยู่ใกล้หมุดใดหมุดหนึ่ง (โดยทั่วไป A) เพื่อให้แนวเล็งของกล้องที่ผิดเพี้ยน แสดงผลต่างของระดับที่อ่านได้อย่างชัดเจน

 

วิธีปฏิบัติ: เลือกพื้นที่ราบ ความยาวประมาณ 50–60 เมตร ตอกหมุด A และ B ห่างกัน 50 เมตร ใช้ไม้สต๊าฟ (Staff) คู่หนึ่งที่ตรวจสอบความตรงและ Bubble Level บนไม้สต๊าฟแล้ว เตรียมขาตั้ง (Tripod) ที่แข็งแรง พร้อมสมุดบันทึกหรือแบบฟอร์มมาตรฐาน

 

ค่า Tolerance/Spec อ้างอิง: ตามคำแนะนำของ FIG (International Federation of Surveyors) ระยะระหว่างหมุดสำหรับ Two-Peg Test ของกล้องระดับงานวิศวกรรมทั่วไปควรอยู่ในช่วง 30–60 เมตร โดยกล้อง Auto Level ทั่วไปที่ผู้ผลิตหลักจำหน่ายมีกำลังขยายในช่วง 24×–32× (เช่น Leica NA series 24×–32×, Topcon AT-B series 24×–32×, Sokkia B series 24×–32×, Nikon AX/AC series 20×–24×, South NL series 28×–32×) ระยะนี้จึงเหมาะกับการอ่านค่าได้ชัดเจน

 

ข้อควรระวัง: หากเลือกระยะสั้นเกินไป จะมองไม่เห็นความคลาดเคลื่อน หากระยะยาวเกินไป Curvature และ Refraction จะมีนัยสำคัญ และทำให้ผลการทดสอบไม่น่าเชื่อถือ

 

2. ตำแหน่งที่ 1: ตั้งกล้องกึ่งกลางระหว่างหมุด A และ B

 

ทฤษฎี: เมื่อกล้องอยู่กึ่งกลางพอดี (BS = FS = 25 เมตร) ค่า Collimation Error จะเกิดกับการอ่านทั้งสองข้างเท่ากัน เมื่อหักลบกันจึงเป็นศูนย์ ทำให้ผลต่างระดับ ΔH_AB = a₁ − b₁ ที่อ่านได้คือผลต่างระดับจริงระหว่างหมุดทั้งสอง

 

วิธีปฏิบัติ: ตั้งกล้องกึ่งกลาง วัดระยะด้วยเทปหรือก้าวเดินให้สมมาตรเท่าที่ทำได้ ปรับ Circular Bubble ให้อยู่ตรงกลาง อ่านค่าบน Staff ที่หมุด A บันทึกเป็น a₁ จากนั้นหันกล้องอ่านค่าที่หมุด B บันทึกเป็น b₁ ทำซ้ำการอ่านอย่างน้อย 2–3 ครั้งเพื่อยืนยันค่า

 

ค่า Tolerance/Spec อ้างอิง: ค่าความแม่นยำของกล้อง Auto Level ที่ผู้ผลิตหลักประกาศโดยทั่วไปคือ Standard Deviation per km Double-Run อยู่ในช่วง 0.7–2.5 mm/km (เช่น Leica NA2/NAK2 0.7–1.5 mm/km, Topcon AT-B series 1.5–2.5 mm/km, Sokkia B20/B30 1.0–2.0 mm/km, Nikon AC-2S 1.8–2.5 mm/km) การอ่านค่าควรประมาณค่าเศษหลักมิลลิเมตรได้

 

ข้อควรระวัง: ห้ามแตะกล้องหรือขาตั้งระหว่างอ่านค่าทั้งสองข้าง และตรวจสอบ Parallax ทุกครั้งก่อนอ่านค่า เพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนเชิงสุ่ม

 

3. ตำแหน่งที่ 2: ย้ายกล้องเข้าใกล้หมุดใดหมุดหนึ่ง

 

ทฤษฎี: เมื่อกล้องอยู่ใกล้หมุดใดหมุดหนึ่ง (เช่น ห่างหมุด A ประมาณ 2–3 เมตร และห่างหมุด B ประมาณ 52–53 เมตร) ความคลาดเคลื่อนแนวเล็งจะส่งผลกระทบต่อค่าที่อ่านบน B มากกว่าค่าที่อ่านบน A อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ผลต่างระดับที่คำนวณได้ ΔH'_AB = a₂ − b₂ แตกต่างจากค่าจริง

 

วิธีปฏิบัติ: ย้ายกล้องมาตั้งใกล้หมุด A ห่างประมาณ 2–3 เมตร อ่านค่า Staff ที่ A บันทึกเป็น a₂ จากนั้นอ่านค่า Staff ที่ B บันทึกเป็น b₂ ค่า Collimation Error ต่อระยะ 1 เมตรคำนวณจากสมการ

 

e = ((a₂ − b₂) − (a₁ − b₁)) / D

 

โดย D คือความแตกต่างของระยะระหว่างกล้องกับหมุดทั้งสองในตำแหน่งที่ 2 (โดยทั่วไปคือ ~50 ม.) ค่า e ที่ได้คือ Tangent ของมุมแนวเล็งที่ผิดพลาด

 

ค่า Tolerance/Spec อ้างอิง: ตาม ISO 17123-2 และคำแนะนำของผู้ผลิตหลัก ค่า e ที่ยอมรับได้สำหรับกล้องระดับวิศวกรรมไม่ควรเกิน ±10″ หรือคิดเป็นการเบี่ยงเบนประมาณ ±0.5 mm ที่ระยะ 10 เมตร หากเกินค่านี้ต้องปรับแก้แนวเล็งหรือนำกล้องเข้าสอบเทียบ

 

ข้อควรระวัง: การคำนวณค่า e ต้องใช้ระยะที่วัดได้จริง ไม่ใช่ระยะตามที่กำหนดในแผน หากระยะจริงต่างจากแผนเกิน 1 เมตร ควรนำมาคำนวณใหม่เพื่อความแม่นยำ

 

4. การปรับแก้แนวเล็งและการตรวจซ้ำ

 

ทฤษฎี: เมื่อพบว่า e เกินเกณฑ์ ต้องปรับแก้แนวเล็งของกล้องโดยใช้สกรูปรับ Reticle ที่อยู่ใต้ฝาครอบกล้อง ค่า Staff ที่ควรอ่านได้ที่ B ในตำแหน่งที่ 2 หากกล้องสมบูรณ์คือ b_correct = a₂ − ΔH_AB (จากตำแหน่งที่ 1) จากนั้นปรับ Reticle ให้แนวขีดบนกล้องตรงกับค่า b_correct บน Staff

 

วิธีปฏิบัติ: คงตำแหน่งกล้องและไม้สต๊าฟไว้ ค่อย ๆ หมุนสกรูปรับ Reticle จนกระทั่งแนวกึ่งกลางของขีดเล็งตรงกับค่า b_correct ปิดฝาครอบและทำ Two-Peg Test ซ้ำเพื่อยืนยันว่าค่า e ลดลงอยู่ในเกณฑ์ บันทึกผลการทดสอบทั้งก่อนและหลังการปรับ พร้อมวันที่ทดสอบ เพื่อใช้เป็นเอกสารควบคุมคุณภาพ

 

ค่า Tolerance/Spec อ้างอิง: ตามแนวทาง USACE EM 1110-1-1004 การทดสอบ Two-Peg Test ควรทำอย่างน้อยทุก 2 สัปดาห์ในงานต่อเนื่อง หรือก่อนเริ่มงานทุกครั้งสำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำสูง (First/Second Order Leveling) ค่าหลังการปรับควรน้อยกว่า ±5″ สำหรับงาน Precise Leveling

 

ข้อควรระวัง: หากปรับสกรู Reticle หลายรอบแล้วยังไม่เข้าเกณฑ์ ไม่ควรฝืนปรับเพิ่ม เพราะอาจทำให้เลนส์หรือกลไก Compensator เสียหาย ให้นำกล้องเข้าสอบเทียบที่ศูนย์บริการที่มีห้องปฏิบัติการมาตรฐาน

 

5. การบันทึกผลและการจัดเก็บเอกสาร

 

ทฤษฎี: ผลการทดสอบ Two-Peg Test เป็นเอกสารสำคัญในระบบควบคุมคุณภาพ ตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ที่ห้องปฏิบัติการสอบเทียบใช้เป็นข้อมูลพื้นฐาน หากบริษัทต้องส่งกล้องเข้าสอบเทียบประจำปี การมีบันทึกผลตรวจสอบเป็นระยะจะช่วยติดตามแนวโน้มความคลาดเคลื่อนของกล้องได้

 

วิธีปฏิบัติ: บันทึกข้อมูลต่อไปนี้ในทุกครั้งที่ทำ Two-Peg Test ได้แก่ วันและเวลา ผู้ทำการทดสอบ รุ่นและหมายเลขเครื่องของกล้องและไม้สต๊าฟ ระยะที่ใช้ ค่าที่อ่านทั้งสี่ค่า (a₁, b₁, a₂, b₂) ผลคำนวณ e สภาพแวดล้อม (อุณหภูมิ ลม) และผลการปรับแก้หากมี

 

ค่า Tolerance/Spec อ้างอิง: ตาม ISO/IEC 17025 บันทึกการตรวจสอบควรเก็บไม่น้อยกว่า 3–5 ปี และมีรายเซ็นผู้ทำการตรวจสอบเพื่อการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)

 

ข้อควรระวัง: ห้ามแก้ไขข้อมูลที่บันทึกไปแล้ว หากพบข้อผิดพลาดให้ขีดฆ่าและเขียนใหม่พร้อมลงนามกำกับ การปลอมแปลงข้อมูลจะทำให้ระบบควบคุมคุณภาพล้มเหลวทันที

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
การใช้กล้องระดับตรวจสอบความสูงของแบบหล่อคอนกรีต
การใช้กล้องระดับตรวจสอบแบบหล่อคอนกรีต ช่วยให้ควบคุมระดับความสูงได้แม่นยำก่อนการเทคอนกรีต เพิ่มคุณภาพงานก่อสร้าง ลดความเสี่ยงจากความคลาดเคลื่อนของระดับพื้นที่
6 ม.ค. 2026
การเลือกกล้องสำรวจสำหรับงานขุดลอกคลอง1
แนวทางการเลือกใช้กล้องสำรวจเพื่องานขุดลอกคลอง อธิบายความเหมาะสมของกล้องระดับ Total Station และโดรน ตามความต้องการควบคุมระดับ ความลึก และการวางผังโครงการ
9 พ.ค. 2025
สรุปครบทุกจุดต่าง PRECISION AL-32 vs AL-32 Pro
เจาะลึกความแตกต่างระหว่างกล้องระดับ PRECISION AL-32 และ AL-32 Pro สองรุ่นยอดนิยมที่ภายนอกคล้ายกัน แต่มีสเปคภายในที่ตอบโจทย์หน้างานต่างกันอย่างชัดเจน
26 มี.ค. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy