การใช้กล้องระดับเช็คการทรุดตัวของถนนคอนกรีต

อัพเดทล่าสุด: 11 เม.ย. 2026
99 ผู้เข้าชม
การใช้กล้องระดับเช็คการทรุดตัวของถนนคอนกรีต
ถนนคอนกรีตเมื่อใช้งานไปนานๆ หรือสร้างบนพื้นที่ดินอ่อน เช่น ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล มักประสบปัญหา "การทรุดตัว" (Settlement) หากการทรุดตัวเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอทั่วทั้งพื้นที่ (Uniform Settlement) อาจไม่ส่งผลกระทบมากนัก แต่หากเกิด "การทรุดตัวที่ไม่เท่ากัน" (Differential Settlement) ระหว่างแผ่นพื้นถนน หรือบริเวณรอยต่อ (Joints) จะนำไปสู่ปัญหาถนนแตกร้าว เกิดโพรงใต้พื้นถนน และอันตรายต่อการจราจร เครื่องมือสำรวจที่สำคัญที่สุดในการตรวจสอบปัญหานี้คือ กล้องระดับ (Auto Level) บทความนี้จะสอนวิธีใช้กล้องระดับติดตามและประเมินการทรุดตัวของถนนคอนกรีตอย่างมือโปร


1. วางแผนและกำหนดจุดตรวจสอบ (Monitoring Plan)
ก่อนเริ่มส่องกล้อง วิศวกรต้องวางแผนกำหนดจุดวัดให้ครอบคลุมพื้นที่ที่สงสัย:
  • ก. การทำ Grid Layout แบ่งพื้นที่ถนนออกเป็นตาราง (Grid) เช่น ทุกๆ 5x5 เมตร หรือ 10x10 เมตร เพื่อเก็บค่าระดับของผิวถนน วิธีนี้จะช่วยให้เห็นภาพรวมของการทรุดตัวทั่วทั้งผืนถนน
  • ข. การกำหนดจุดตรวจสอบถาวร (Settlement Plates/Pins) ในพื้นที่ที่ต้องการติดตามอย่างใกล้ชิด ควรฝังหมุดระดับถาวร (เช่น หมุดทองเหลือง หรือตะปูคอนกรีต) ลงบนผิวถนน หรือฝัง Settlement Plate ลงไปในชั้นดินใต้ถนน เพื่อใช้เป็นจุดอ้างอิงในการวัดซ้ำในอนาคต

2. ขั้นตอนการวัดระดับเพื่อเช็คการทรุดตัว (Step-by-Step)
ช่างสำรวจต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบเพื่อให้ได้ค่าที่แม่นยำ:
  • 1. การตั้งกล้อง (Setup): ตั้งกล้องระดับในจุดที่มั่นคงและมองเห็นจุดตรวจสอบได้กว้างที่สุด ปรับฟองกลมให้เข้าที่อย่างสมบูรณ์
  • 2. อ่านค่าไม้สต๊าฟที่ BM (Backsight): ให้ผู้ช่วยถือไม้สต๊าฟบนจุดอ้างอิง BM (Bench Mark) ที่เสถียรและทราบค่าระดับจริง (สมมติอ่านได้ $1.50$ เมตร หาก BM สูง $+100.00$ เมตร ค่าระดับแนวสายตา (HI) จะเท่ากับ $101.50$ เมตร)
  • 3. อ่านค่าไม้สต๊าฟที่จุดตรวจสอบ (Foresight): ให้ผู้ช่วยถือไม้สต๊าฟบนจุดที่ต้องการเช็คการทรุดตัว (สมมติอ่านได้ $0.80$ เมตร)
  • 4. คำนวณค่าระดับ (Calculation): ค่าระดับที่จุดตรวจสอบจะเท่ากับ $101.50 - 0.80 = 100.70$ เมตร

3. การวิเคราะห์ข้อมูลและการนำไปใช้งาน
เมื่อได้ค่าระดับจากการวัดครั้งแรก (As-Built Elevation) วิศวกรจะนำมาเปรียบเทียบดังนี้:

  • ก. เปรียบเทียบกับแบบก่อสร้าง (As-Built vs. Design) หากค่าระดับที่วัดได้จริง ต่ำกว่าค่าระดับในแบบ แสดงว่าถนนมีการทรุดตัวลงจากระดับที่ออกแบบไว้ตั้งแต่ต้น
  • ข. เปรียบเทียบกับการวัดซ้ำในอนาคต (Monitoring)ทำการวัดระดับที่จุดเดิมซ้ำหลังจากใช้งานไป 3 เดือน, 6 เดือน หรือ 1 ปี หากค่าระดับลดลง แสดงว่าถนนยังคงมีการทรุดตัวอย่างต่อเนื่อง (Ongoing Settlement)
  • ค. คำนวณปริมาณการทรุดตัวที่ไม่เท่ากัน (Differential Settlement) เปรียบเทียบค่าระดับระหว่างแผ่นพื้นถนนที่อยู่ติดกัน หรือระหว่างหัว-ท้ายของแผ่นเดียวกัน หากมีความต่างมากเกินเกณฑ์มาตรฐาน (เช่น >10-20 มม.) จำเป็นต้องมีการซ่อมแซม เช่น การอัดฉีดสาร (Chemical Grouting) เพื่อเติมโพรงใต้พื้นถนน

สรุป
การใช้กล้องระดับเช็คการทรุดตัวของถนนคอนกรีต ไม่ใช่แค่เรื่องของการวัดความสูง แต่เป็นเรื่องของ ความปลอดภัยและการยืดอายุการใช้งานของโครงสร้าง การทำงานอย่างเป็นระบบและสม่ำเสมอจะช่วยวิเคราะห์ปัญหาได้ล่วงหน้า และวางแผนซ่อมแซมได้อย่างทันท่วงที

บทความที่เกี่ยวข้อง
ประสบการณ์ตั้งกล้องบนเขื่อนในลมแรง 80 กม./ชม.
ตั้งกล้องเสร็จ กำลังจะเล็งปริซึม แล้วกล้องโยกเองเหมือนจะบิน เสียงจากช่างสำรวจคนหนึ่งที่เคยวัดงานบนสันเขื่อนกลางฤดูมรสุม
20 พ.ค. 2025
ข้อผิดพลาดทั่วไปในการวัดของกล้องสำรวจ และวิธีหลีกเลี่ยง
การวัดด้วยกล้องสำรวจเป็นกระบวนการที่สำคัญในงานสำรวจและก่อสร้าง แต่ก็อาจเกิดข้อผิดพลาดได้จากหลายปัจจัย หากต้องการผลการวัดที่แม่นยำ
14 ม.ค. 2025
ระดับ IP CODE ของกล้องสำรวจต่างกันอย่างไร
"ระดับ IP" หรือ "Ingress Protection" เป็นมาตรฐานที่ใช้วัดความสามารถในการป้องกันฝุ่นและน้ำของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ การทำความเข้าใจระดับ IP จะช่วยให้คุณสามารถเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมสำหรับสภาพแวดล้อมที่ยากลำบากได้อย่างถูกต้อง โดยระดับ IP ประกอบด้วยตัวเลขสองหลัก แต่ละหลักมีความหมายเฉพาะดังนี้:
12 ก.ค. 2024
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy